อัตราการกินน้ำมัน ที่เจ้าของ รถรับจ้าง ต้องรู้ หนึ่งสิ่งสำคัญที่เจ้าของรถยนต์หรือคนที่ขับรถต้องรู้คือ อัตราการกินน้ำมัน ของรถรับจ้างที่ตัวเองขับ เพราะหากรถที่คุณขับมีอัตราใช้น้ำมันที่สูงแล้วล่ะก็ นั่นหมายความว่าคุณจะต้องจ่ายค่าน้ำมันมากกว่าคนที่ขับรถที่มีอัตราที่ต่ำกว่าหลายเท่าเลยทีเดียว แล้วการกินน้ำมันของรถคืออะไร แล้วทำอย่างไรจะไม่ให้รถรับจ้างมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันสูง เรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า

อัตราการกินน้ำมัน คืออะไร?

เป็นอัตราที่บอกว่ารถแต่ละคันมีการกินน้ำมันหรือสิ้นเปลืองน้ำมันไปเท่าไหร่ โดยอัตรานี้สามารถบอกได้ว่ารถคันที่คุณขับจะเปลืองน้ำมันหรือไม่ โดยสามารถคำนวณได้ง่าย ๆ จากสูตร ระยะทางที่รถขับได้มีหน่วยเป็นกิโลเมตรแล้วหารด้วยจำนวนน้ำมันที่ลดลงไปซึ่งมีหน่วยเป็นลิตร ตัวอย่างเช่น ระยะทาง 100 กิโลเมตร ปริมาณน้ำมันที่ใช้ 5 ลิตร ฉะนั้นรถยนต์ของคุณจะมีอัตราการกินน้ำมันหรืออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร นั่นเอง ซึ่งคุณสามารถดูตัวเลขระยะทาง และปริมาณน้ำมันได้จากแผงหน้าจอด้านหน้าคนขับแล้วนำมาคำนวณได้ แต่ปกติแล้วรถแต่ละคันจะมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันบอกเอาไว้ก่อนที่คุณจะซื้อรถเสมอ

รถแต่ละคันมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่เหมือนกันหรือไม่?

รถแต่ละคันมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ไม่เหมือนกัน โดยรถคนที่มีเครื่องยนต์ใหญ่และหนักจะมีอัตราที่มากกว่ารถที่มีเครื่องยนต์เล็กและเบา โดยเราสามารถเปรียบอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของรถอีโคคาร์ที่มีน้อยกว่ารถกระบะหรือรถบรรทุก ซึ่งรถคันใหญ่เหล่านี้มีอัตราการกินน้ำมันที่สูง ไม่เพียงแค่เครื่องยนต์ และขนาดของรถเท่านั้นที่มีผลต่อการกินน้ำมัน แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยนั่นคือการบรรทุกของหนัก การขับรถเร็วเกินอัตราการเร่งปกติของรถแต่ละคันมีส่วนในการทำให้การกินน้ำมันเพิ่มมากขึ้นได้

ขับรถยังไงไม่ให้เปลืองเงินในกระเป๋าของคุณ?

1. เช็คสภาพรถทุกอย่างก่อนและหลังใช้งานเสมอ เพราะการเช็คสภาพรถจะทำให้คุณทราบว่ามีส่วนไหนของรถที่ควรได้รับการซ่อมแซม และไม่ต้องมีปัญหารถเสียระหว่างทาง หากคุณพบส่วนของรถที่ต้องได้รับการซ่อมแซมควรรีบซ่อมให้เรียบร้อย เพราะสภาพรถที่ไม่พร้อมต่อการใช้งานจะทำให้เครื่องยนต์เสื่อมเร็ว อีกทั้งยางของล้อรถที่มีลมไม่พอย่อมทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักกว่าปกติ ซึ่งเครื่องยนต์ที่เสื่อม หรือต้องทำงานหนักมีผลต่ออัตราการกินน้ำมันที่เพิ่มขึ้นด้วย

2. ใส่ใจเรื่องเครื่องยนต์ ถ้าคุณรู้แล้วว่าเครื่องยนต์ที่ทำงานหนักเกินไป หรือเครื่องยนต์ที่เสื่อมสภาพทำให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นได้ คุณควรหันมาใส่ใจเรื่องเครื่องยนต์เช่นเดียวกับการใส่ใจความเท่จากภายนอกของรถด้วยเช่นกัน โดยการใส่ใจเครื่องยนต์ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ให้คุณมั่นใจว่าก่อนขับรถ เครื่องยนต์อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ไม่ต้องมีการซ่อมแซมใด ๆ ในขณะขับรถควรสังเกตความร้อนของเครื่องยนต์ไม่ให้ร้อนจนเกินไป และหลังจอดรถอยู่กับที่แล้วให้มั่นใจว่าเครื่องยนต์ของคุณยังอยู่ในสภาพที่ดีเสมอ

3. อย่าบรรทุกของหนักเยอะ ของที่บรรทุกอยู่บนรถเป็นปัจจัยมีผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอย่างมาก ยิ่งรถที่ต้องบรรทุกของที่มีน้ำหนักมาก ก็ยิ่งทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น หากรถของคุณไม่ต้องบรรทุกของหนัก คุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเปลืองน้ำมันเลย

4. การเปิดแอร์ที่เย็นจัด อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รถกินน้ำมันได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจคือการเปิดแอร์ที่เย็นจัด หรือเปิดแอร์ไปพร้อม ๆ กับการเปิดกระจกรถให้อากาศที่ร้อนกว่าภายนอกรถเข้ามาภายในรถ ถ้าไม่อยากเปลืองค่าน้ำมันแล้วล่ะก็ ควรเปิดแอร์ให้เย็นพอเหมาะ และบรรทุกของเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

5. ไม่ควรเร่งเครื่องขณะที่จอดรถนิ่งอยู่ ขณะที่รถจอดอยู่นิ่งอยู่คุณควรให้รถจอดนิ่งจริง ๆ ไม่ใช่เร่งเครื่องหรือเหยียบคันเร่งเล่น เพราะมันเสมือนการเร่งเครื่องตลอดเวลา และมันทำให้เครื่องยนต์ของคุณร้อนง่ายอีกด้วย ซึ่งการเร่งเครื่องโดยไม่จำเป็นนี่แหละทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าเดิมโดยที่คุณไม่รู้ตัว นอกจากจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันแล้ว ยังทำให้คุณมีโอกาสเผลอเหยียบคันเร่งโดยลืมใส่เกียร์ว่างหรือเบรกมือ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

6. ออกรถช้า ๆ ไม่ต้องรีบ วิถีนักแข่งหรือนักซิ่งเป็นวิถีที่ต้องแบกรับเรื่องอัตราการกินน้ำมันของรถที่ขับเป็นอย่างมากเลยทีเดียวล่ะ ถ้าคุณเป็นนักซิ่งที่ชอบออกตัวแรง เราขอบอกเลยว่าการออกตัวรถแบบนั้นมันเป็นการเพิ่มอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ เนื่องจากการออกตัวแรงทำให้เครื่องยนต์ต้องคุณต้องสูบน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อให้รถพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วนั่นเอง รวมถึงในขณะขับรถอยู่ คุณควรใช้ความเร็วที่เสมอตลอดทาง ไม่ควรเบรกโดยไม่จำเป็น เพราะการเบรกบ่อย ๆ เป็นอีกหนึ่งต้นเหตุที่ทำให้เปลืองน้ำมัน